Title :  The hottest paparazzi ปาปารัสซี่ร้อนรัก

Author : Janbin

Pairng : YunJae

Genre : Romantic Drama

Rate : NC-17

Note : ถึงจะมีฉาก NC เพียงแค่เล็กน้อย แต่ก็เป็น NC ๑ ฉากในรอบ ๒ ปี ของแพรวเลยนะนั่น (ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้านะคะ ถ้าอ่านไปถึงฉาก NC แล้วมันเกิดกระดากๆขึ้นมาชอบกล ก็แพรวไม่ถนัดแต่ง NC นี่นา={}=)


 

 

 

 

 

 

           คฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของคนเกาหลีทั้งประเทศว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่พำนักของ 'คิม มยองซู' รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ผู้คุมอำนาจทางด้านการเงินของประชากรเกาหลีทั้งหมด และเป็นเหยื่อข่าวคนสำคัญที่จะกอบโกยรายได้มหาศาลให้กับค่ายหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง 'Quotidien(โกติเดียน)'

 

         "ไปทำเรื่องมาอีกแล้วหรอ" น้ำเสียงของผู้เป็นพ่อเอ็ดขึ้นเมื่อลูกชายสุดรักสุดหวงเดินลงมาจากบันไดทองชั้นสองของบ้าน

 

         "อะไรหรอป่ะป๊า ตื่นเช้ามาก็บ่นๆไม่เข้าเรื่องเลย" คิม แจจุง ลูกชายวัย 22 ปี ทำลอยหน้าลอยตาประหนึ่งว่าไม่เคยมีเรื่องเสียๆหายๆเกิดขึ้น ทั้งๆที่เขานำเรื่องฉาวเข้าบ้านไม่เว้นแต่ละวัน เขาเข้ามานั่งร่วมโต๊ะอาหารเช้าข้างๆกับ คิม มยองซู อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

         "ก็นี่ไง มีอะไรจะแก้ตัวกับป่ะป๊ามั้ย?" มยองซูยื่นหนังสือพิมพ์ให้กับลูกชายอย่างทอดถอนใจ

 

            แจจุงรับหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน โดยพาดมีหัวข่าวตัวใหญ่และหนาที่สุดในบรรดาข่าวหน้า 1 ใจความว่า

 

'ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังทำช็อก! หิ้วนายแบบหนุ่มชื่อดังอักษรย่อ ย.ขวัญใจสาวๆ ขึ้นโรงแรมหรูสองต่อสอง'

 

         "โอ๊ะโอ ก็ยูชอนไงล่ะป่ะป๊า ยูชอนน่ะ ดารานายแบบชื่อดัง ป่ะป๊าไม่รู้จักหรอ แอบเชยนะเนี่ย" มือบางวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบส้อมขึ้นมาพันเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปาก

 

         "แจจุง! จะเป็นอย่างนี้อีกนานมั้ยเรา ป่ะป๊าเหนื่อย ป่ะป๊าเครียด มีข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ป่ะป๊าหัวจะระเบิดอยู่แล้วนะ" ชายแก่ร่างท้วมโอดครวญต่อหน้าลูกชาย หากแต่ร่างบางไม่สะทบสะท้านแม้แต่นิดเดียว

 

         "งั้นป่ะป๊าก็เลิกเป็นซะสิ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังอะไรนั่น แจจุงไม่เห็นจะปลื้ม รำคาญพวกนักข่าวจะตายไป" แจจุงว่าพลางเบะปาก

 

              ตั้งแต่เล็กจนโต คิม แจจุง ถูกตามใจจนไม่เกรงกลัวต่อสิ่งรอบข้าง เรียกได้ว่า 'ไม่แคร์สื่อ' จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ คิม มยองซู ได้เลื่อนขั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง จากตำแหน่งนักการเมืองธรรมดาๆ ทำให้ผู้เป็นพ่อได้กล่าวตักเตือนลูกชายสุดที่รักอยู่หลายครั้งว่าให้รักษาหน้าตา ภาพพจน์ ชื่อเสียงของตระกูล เพราะในเวลานี้ ไม่เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป  คิม แจจุง คนเดิมจะทำตัว 'ไม่แคร์สื่อ' เหมือนเดิมอีกไม่ได้แล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่คำเทศน์ที่แจจุงพึงได้ยิน แต่ไม่พึงปฏิบัติ

 

.

.

.

.

 

          Quotidien เป็นค่ายหนังสือพิมพ์และสำนักข่าวที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลี มีอำนาจในการจุดหรือดับใครก็ได้ ถ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นตัวทำรายได้จำนวนมหาศาลให้แก่บริษัท

 

           กองบรรณาธิการกำลังรีบเร่งจัดตีพิมพ์ข่าวฉาวของ คิม แจจุง ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของคนเกาหลีทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้เองสำนักข่าว  Quotidien  จึงต้องมีหน่วยสอดแนม หรือที่เรียกกันว่า 'ปาปารัสซี่' ชอง ยุนโฮ เป็นหนึ่งในหน่วยก้านตายของสำนักข่าว Quotidien มานาน และเป็น ปาปารัสซี่ มือฉมังของสำนักข่าวอีกด้วย ฉะนั้น เนื้อหาและรูปภาพข่าวของ คิม แจจุง ล้วนเป็นฝีมือของ ปาปารัสซี่ ชอง ยุนโฮ ทั้งสิ้น

 

      "ยุนโฮ ข่าวของคิม แจจุงวันนี้น่ะ ทำได้ดีมากเลยรู้มั้ย " บรรณาธิการหนุ่มหน้าหวานเอ่ยปากชมลูกน้อง พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานที่ระบุยอดของรายได้ประจำวันให้แก่ยุนโฮ

 

          เพียงไม่กี่ชั่วโมง ข่าวของคิม แจจุงที่ตีพิมพ์วันนี้ก็ทำรายได้ทะลุเป้าจนเป็นที่น่าพอใจสำหรับใครหลายๆคนในบริษัท รวมไปถึงคิม จุนซู

 

      "ขอบคุณฮะคุณจุนซู ผมชักจะรู้สึกว่างานนี้ไม่ธรรมดาแล้วล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ก่อนจะรับแฟ้มเอกสารมานั่งดู นิ้วเรียวยกขึ้นเกาคางตัวเองเบาๆอย่างคนอารมณ์ดี

 

       "เรื่องที่ลูกท่านรัฐมนตรีชอบไม้ป่าเดียวกันน่ะหรอ" จุนซูถามอย่างรู้ทัน

 

       "บิงโก ! นั่นแหละครับคือประเด็น" ร่างสูงกระตุกยิ้ม

 

       "เอ้อ ยุนโฮ เลิกงานแล้วไปดื่มฉลองกันมั้ย" ร่างเล็กถามพลางรับแฟ้มจากยุนโฮคืน

 

      "ตามสบายแล้วกันนะครับ ผมคงต้องขอตัว"

 

      "ไม่ไปด้วยกันจริงอะ"

 

      "ครับ บ.ก.ผมมีธุระนิดหน่อย"

 

      "ธุระของนายก็คงเกี่ยวข้องกับงานอีกใช่มั้ย"

 

      "ก็คงอย่างนั้นล่ะมั้งครับ" ร่างสูงตอบยิ้มๆ

 

      "พักบ้างก็ดีนะ ฉันไม่อยากขึ้นชื่อว่าเป็น บ.ก.โหด ที่ใช้งานลูกน้องจนไม่ปล่อยให้พัก"

 

      "ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวไปทำงานต่อแล้วกัน" ว่าพลางลุกขึ้นออกจากเก้าอี้โต๊ะทำงานของบรรณาธิการ

 

.

.

.

.

 

        ในสตูดิโอถ่ายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ช่างแต่งหน้า ช่างแผนกคอสตูม รวมไปถึงตากล้อง ต่างกำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อจากปากของ ปาร์ค ยูชอน นายแบบชื่อดังขวัญใจสาวแท้และสาวเทียมชาวเกาหลีทั่วประเทศ

 

        ปิดยังไงก็ปิดไม่มิดแล้วค่ะคุณน้อง บอกพวกพี่มาเถอะ ว่าเราน่ะมีอะไรกับลูกชายท่านรัฐมนตรีน่ะ เสียงแปดหลอดดังออกมาจากลำคอของสาวเทียม ช่างแต่งหน้าของนายแบบชื่อดัง

 

       โธ่ พี่อิซเบลล่า ผมชายทั้งแท่งนะครับ ไม่นิยมไม้ป่าเดียวกันหรอก ฟังหูไว้หูบ้างก็ดี เพราะข่าวสมัยนี้ใส่ไข่ไปซะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ยูชอนยักไหล่ขึ้น ปั้นหน้าให้คนอื่นเห็นว่ามันไม่ได้มีอะไรในกอไผ่จริงๆ

 

       พี่ก็อยากจะเชื่อนะคะคุณน้อง แต่ดูแต่ละรูปสิ ชวนพวกพี่เสียวสันหลังวูบวาบซะขนาดนั้นสาวเทียมคนเดิมเอ่ย โดยมีเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆพยักหน้าหงึกงักเห็นด้วย

 

       ก็แล้วแต่พวกพี่แล้วกันนะครับ ผมพูดความจริงแล้วไม่มีใครเชื่อ ผมเองก็เสียใจร่างสูงเบะปากพลางตีหน้าเศร้า

 

        โถๆๆคุณน้อง อย่าเพิ่งทำหน้าเศร้าอะไรขนาดนั้น พวกพี่ก็แค่สงสัย กลัวว่ามันจะเป็นเรื่องจริง แล้วส่งผลกระทบต่อตัวคุณน้องเองน่ะค่ะอิซเบลล่าพูดพลางบีบนวดไหล่นายแบบหนุ่ม

 

         มันก็จริงอย่างอิซเบลล่าพูดล่ะนะ สมมติว่าเป็นเรื่องจริง แล้วสาวๆที่เป็นแฟนคลับคุณยูชอนจะว่ายังไง ไม่อกหักตายกันทั้งประเทศหรอกหรอ แล้วยิ่งเป็นผู้ชายด้วยกันเองเนี่ย มันน่าช็อกจะตายคิม ชางมิน ตากล้องชื่อดังให้ความเห็น ก่อนจะจ้องเข้าไปในตาคู่สวยของยูชอนอย่างจับผิด

 

         คุณชางมินเหมือนจะไม่ไว้ใจผมเลย แต่ผมก็ห้ามไม่ได้หรอก ขอตัวแล้วกันนะครับยูชอนทำเสียงน้อยอกน้อยใจ พร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินแหวกกลุ่มคนในสตูโอที่กำลังรุมล้อมเขาอยู่ เหมือนกับ แมลงวันตอมขี้ยังไงอย่างนั้น

 

            เมื่อมาถึงโรงจอดรถ ยูชอนหยิบโทรศัพท์มือถือในแจ๊คเก็ตหนังสีดำออกมาเพื่อโทรออก

 

          สวัสดีครับดาร์ลิ้ง ผมเพิ่งถ่ายแบบเสร็จเดี๋ยวจะแวะไปรับที่บ้านนะ ไปดินเนอร์ร้านอาหารอิตาเลี่ยนกันร่างสูงโปร่งกรอกเสียงอ่อนเสียงหวานลงไปในโทรศัพท์ทันทีที่มีคนรับสาย

 

         [“โอเค แล้วจะแต่งตัวรอนะ อย่ามาช้าล่ะ ไม่งั้นเจอวีนแน่”]

 

          ครับๆ จะรีบไปอย่างเร็วเลยรับคำอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้าวขึ้นรถสปอร์ทสีดำคันหรู โดยหารู้ไม่ว่ากำลังถูกใครบางคนแอบสะกดรอยตามอยู่ทุกฝีก้าว

 

.

.

.

.

 

        ในค่ำวันนั้นมีงานจัดเลี้ยงเล็กๆ เพื่อต้อนรับเพื่อนคนสนิทของท่านรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศฝรั่งเศสเมื่อเย็นวันนี้

 

        จะไปไหนน่ะแจจุง!?” เสียงของชายชราร่างท้วมเอ่ยขึ้นในขณะที่แจจุงกำลังจะก้าวขาออกจากประตูรั้วอัลลอย ทำให้ร่างบางหยุดชะงักแล้วหันมายิ้มแห้งๆกับผู้เป็นพ่อ

 

         อ้าว ป่ะป๊ามาทำอะไรตรงนี้เนี่ย เริ่มมืดแล้วนา ไม่เข้าบ้านเดี๋ยวป่ะป๊าก็ไม่สบายหรอก

 

         ไม่เห็นหรอว่าเค้ามีปาร์ตี้กันตรงริมสระน้ำ ป่ะป๊าก็เลี่ยงคนออกมาเดินเล่นเนี่ยแหละ นี่อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ป่ะป๊าถามว่าแจจุงจะไปไหนมยองซูทำเสียงเข้ม

 

         แจจุงก็ออกไปข้างนอกเหมือนทุกวันไง ไปแล้วนะป่ะป๊า คนอื่นเค้ารอ เดี๋ยวเค้าจะว่าเอาได้ว่าลูกท่านรัฐมนตรีไม่มีมารยาท บ๊ายบาย ราตรีสวัสดิ์นะป่ะป๊า จุ๊บๆแจจุงพูดด้วยสีหน้าร่าเริง ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถสปอร์ทคันหรูที่จอดรออยู่หน้าประตูรั้วโดยเร็ว

 

         ดะ เดี๋ยว จะ แจจุง ไอลูกคนนี้นิ ไวอย่างกับปรอท กลับมาจะสร้างเรื่องอีกมั้ยเนี่ย เฮ้อผู้เป็นพ่อบ่นพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

.

.

.

.

 

           เมื่อขึ้นรถมาได้สักพัก แจจุงก็สั่งให้ยูชอนหยุดรถข้างทางของถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง เพราะร่างบางแอบสังเกตว่ามีรถเก๋งปริศนาตามเขามา ในวินาทีนั้น เขาคิดได้อย่างเดียวว่า ต้องเป็นปาปารัสซี่ที่แอบตามมาเก็บรูปของเขาและยูชอนอย่างแน่นอน  จึงนึกอยากจะทำอะไรสนุกๆขึ้นมา      

 

         ยูชอน ฉันเบื่อ ทำให้ฉันมีความสุขหน่อยสิแจจุงเปรยพลางส่งยิ้มหวาน

 

         ในรถเนี่ยนะแจจุงร่างสูงทำหน้าเหวอ

 

          จะให้ลงไปทำนอกรถรึไงล่ะ

 

          จะดีหรอ?”

 

            ยูชอนไม่ค่อยกล้าที่จะทำอะไร คิม แจจุง เพราะแจจุงได้กำหนดเงื่อนไขเอาไว้ว่า ให้เป็นคู่ควงแก้เหงาเท่านั้น ห้ามทำอะไรเลยเถิดถ้าเขาไม่อนุญาต ซึ่งต่างฝ่ายต่างยอมรับในข้อนี้ ส่วนข่าวเรื่องเมื่อคืนที่พวกเขาพากันเช็คอินเข้าโรงแรมหรู ความจริงพวกเขาก็แค่ไปนั่งดื่มและร้องคาราโอเกะกันเฉยๆ โดยยูชอนรีบชิ่งนอนก่อน เพราะเสียงร้องของแจจุงทำเอาหูของคนธรรมดาๆอย่างเขาแทบพัง

 

         ทำสิเสียงหวานเร่งเร้า

 

            เมื่อเห็นว่าคนใบหน้าสวยงดงามราวเจ้าหญิงอนุญาต ก็จู่โจมยื่นหน้าฝังจมูกลงไปยังซอกคอขาวของแจจุงอย่างไม่เกรงใจ

 

        ห้า...สี่...สาม...สอง...หนึ่ง...บิงโก!” เสียงนับเลขตัวสุดท้ายของแจจุงมาพร้อมกับแสงแฟลชภายนอกรถที่ฉายวูบวาบเข้ามาอย่างไม่เกรงใจคนในรถ ซึ่งตรงตามความคาดหมายของเขาเด๊ะ

 

           แจจุงรีบผลักร่างสูงออกจากตัวแล้วเปิดประตูรถออกอย่างเร็ว พร้อมกับวิ่งจ้ำเท้าไปยังรถเก๋งที่จอดอำพรางตัวห่างจากรถสปอร์ทของยูชอนเพียงไม่กี่เมตร

 

          เสร็จล่ะ ไอ้อ่อน เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคิม แจจุงร่างบางถลาตัวเข้าใส่รถเก๋งคันดังกล่าวก่อนที่เจ้าของรถกำลังจะสตาร์ถรถหนี แต่ด้วยความเร็วของคิม แจจุง ทำให้เขาได้เข้ามาอยู่ในรถของปาปารัสซี่หน้าคมเสียแล้ว

 

          บ้าชิบ เร็วชะมัดยุนโฮสบถ ก่อนจะหันไปมองคนนั่งข้างๆ

 

           สวัสดีจ้า ปาปารัสซี่อ่อนหัด ทำไมทำหน้าซีดเหมือนผีจูออนอย่างนั้นล่ะ หรือว่าเห็นฉันในระยะใกล้ชิดแล้วตื่นเต้นอยากจะขอลายเซ็น ฉันเซ็นให้ก็ได้นะถ้ามันจะทำให้นายเลิกตามฉันซักทีร่างบางพูดจากระแหนะกระแหนจนอีกฝ่ายตั้งรับไม่ทัน

 

         มัน...มันเป็นหน้าที่ ถ้าไม่ทำ ผมก็อดตายพยายามพูดให้มีเหตุผล

 

         โถ น่าสงสารจัง เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นมากเลย จะเอาเท่าไหร่ล่ะ มาเป็นเด็กในสต๊อคของฉันมะ จะได้มีตังใช้เล่นๆ โดยไม่ต้องเบียดเบียนชาวบ้านเค้าแบบนี้แจจุงกอดอกทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่กำลังสั่งสอนเด็ก

 

         ผมไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร ผมทำอาชีพสุจริต แล้วอีกอย่างผมไม่อยากได้เงินใครมาใช้ฟรีๆด้วยร่างสูงพูดเชิงหยิ่งในศักดิ์ศรี

 

          แล้วอย่าตามมาอีกนะแจจุงกัดฟันกรอดก่อนจะก้าวลงจากรถอย่างเสียอารมณ์

 

           คิดว่าห้ามคนอย่างชอง ยุนโฮได้อย่างนั้นหรอลูกท่านรัฐมนตรี ฮึๆยุนโฮเอื้อมมือไปหยิบกล้องที่เขาใช้ถ่ายแจจุงกับยูชอนเมื่อครู่นี้ที่ช่องวางของใกล้ๆกับกระปุกเกียร์ โดยเขานึกในใจว่าพรุ่งนี้ได้มีสกู๊ปเด็ดๆของคิม แจจุงอีกแน่นอน แต่แล้วก็พบว่า ม้วนฟิล์มในกล้องถ่ายรูปได้หายไป

 

       ....หายไปตอนไหนนะ    

 

         หรือว่า....คิมแจจุง!” ร่างสูงนึกขึ้นได้จึงอุทานออกมาเสียงดัง บ้าที่สุด เร็วชะมัดเลยคนอะไร มือหนาทุบไปที่พวงมาลัยรถยนต์ด้วยความเจ็บใจ

 

           เมื่อแจจุงเดินออกมาจากรถของยุนโฮแล้ว ก็เดินไปกอดยูชอนที่ยืนทำหน้าเหวอหวาอยู่ท้ายรถสปอร์ท พร้อมกับชูม้วนฟิล์มในมือขึ้นตั้งใจจะยั่วโมโหปาปารัสซี่หน้าหล่อที่กำลังนั่งคับแค้นใจอยู่ภายในรถ

 

         ฮ่าฮ่าฮ่า อ่อนที่สุด นึกว่าจะเก่งซักแค่ไหนกันแจจุงพ่นหัวเราะออกมาหลังจากขึ้นมานั่งอยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว

 

          อะไรหรอแจจุงยูชอนถามอย่างสงสัย

 

           คนของโกติเดียนน่ะ อ่อนชะมัด ฮ่าฮ่า คิดจะแอบถ่ายทั้งทีแต่โดนฉันจับได้ซะร่างบางบอกอย่างอารมณ์ดี

 

       ....มันไม่จบง่ายๆแบบนี้หรอกนะ คิม แจจุง....

 

.

.

.

.

 

              เช้าวันรุ่งขึ้น ฮันคยอง เลขาหนุ่มของท่านรัฐมนตรียื่นหนังสือพิมพ์รายวันให้แก่เจ้านายที่นั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม

 

          มีเรื่องน่ายินดีอย่างนั้นหรอคุณฮัน มยองซูถาม

 

           ยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่อีกครับท่านรัฐมนตรีเลขาฮันตอบยิ้มๆ

 

           มยองซูหยุดรับประทานอาหารแล้วมาให้ความสนใจกับหนังสือพิมพ์บนโต๊ะ มันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่วันนี้ไม่มีพาดหัวข่าว หรือคอลัมม์ที่เกี่ยวข้องกับลูกชายของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว งานนี้ทำเอาคิม มยองซูยิ้มจนแก้มปริ

 

           จริงๆด้วย ขอบคุณมากนะคุณฮัน

 

           เป็นเวลาเดียวกับที่แจจุงเดินลงมาจากบนบ้านเพื่อรับประทานอาหารเช้าพอดี

 

           แจจุง!”

 

           ห๊าววว~ อะไรอีกล่ะป่ะป๊า ทำเป็นเข้มนะเด็กหนุ่มหาววอดๆพลางยกมือปิดปาก ก่อนจะเดินมาหอมแก้มผู้เป็นพ่อที่นั่งทำหน้าขรึมอยู่ที่โต๊ะอาหาร

 

           ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ป่ะป๊าแปลกใจว่าทำไมวันนี้ถึงไม่มีข่าวฉาวของคิม แจจุง ลูกชายคนเดียวของท่านรัฐมนตรีชายแก่พูดแกมประชด

 

           อะไรกัน มีข่าวก็บ่น พอไม่มีข่าว ก็ยังมาสงสัยอีก ท่านรัฐมนตรีนี่เข้าใจยากเนอะ ว่ามั้ยคุณฮันแจจุงว่าพลางหันถามความเห็นกับท่านเลขา ฮันคยองก็ได้แต่ยิ้มๆ เพราะเข้าใจอารมณ์ขึ้นๆลงๆของสองพ่อลูกคู่นี้ดี

 

           ป่ะป๊าเข้ากระทรวงก่อนแล้วกัน วันนี้มีประชุมกับท่านนายกฯ พูดพร้อมหยิบผ้าเช็ดปากที่วางอยู่บนหน้าตักขึ้นมาซับมุมปากเบาๆ

 

           ตามสบายฮะท่านรัฐมนตรี เอ้อ ป่ะป๊า วันนี้แจจุงจะไปบ้านพักตากอากาศนะ เบื่อโซล เบื่อนักข่าว เบื่อปาปารัสซี่ร่างบางพูดแกมบ่น

 

          ป่ะป๊าขอโทษนะ เป็นเพราะป่ะป๊าเองที่ดั้นด้นเข้ามาอยู่ในวงการนักการเมืองแบบนี้ แจจุงของป่ะป๊าเลยพลอยลำบากไปด้วยผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงเศร้า เป็นเพราะเห็นใจลูกชายสุดที่รัก

 

          ป่าป๊าร่างบางรู้สึกซาบซึ้งจึงย่อลงเข่าสวมกอดเข้าที่เอวหนาของผู้เป็นพ่อ โดยมยองซูก็ลูบศีรษะลูกชายเบาๆอย่างถนุถนอม

 

.

.

.

.

 

          โอ้โห นี่บ้านพักตากอากาศของท่านรัฐมนตรีจริงๆหรอเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อร่างสูงเปล่งเสียงทุ้มออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

 

            บ้านพักตากอากาศของรัฐมนตรีกระทรวงการคลังกินพื้นที่ในเกาะเชจูแทบจะทั้งหมด เพราะคิม มยองซูได้กว้านซื้อที่ดินบนเกาะนี้ไว้เพื่อให้ตนและลูกชายมาผ่อนคลายความเครียดจากตัวเมือง ถึงแม้ว่ามีกันแค่เพียงสองพ่อลูก แต่ก็ซื้อไว้เพื่อให้เหมาะสมกับฐานะและหน้าที่การงาน

 

           อยากอยู่หลังไหนก็เลือกเอาตามใจชอบเลยนะ ฉันไปเดินเล่นริมหาดก่อนร่างบางพูดพร้อมกับโยนพวงกุญแจห้องพักให้กับยูชอน ก่อนจะเดินเลี่ยงจากที่พักมายังริมหาดทรายสีขาว

 

              เมื่อเห็นว่าแจจุงเปิดทางให้เต็มที่ ยูชอนก็รีบทำการสำรวจบ้านพักแต่ละหลังที่ตั้งอยู่บนริมหาดอย่างชื่นชม เพราะการจัดแต่งของบ้านพักที่นี่เป็นสไตล์ฮาวาย ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่พบเห็นนักในตัวเมือง ทำให้คนเมืองกรุงอย่างยูชอนตื่นเต้นมากกว่าปกติ

 

            ในเมื่อคิม แจจุง มาเกาะเชจู มีหรือที่ปาปารัสซี่อย่างยุนโฮจะไม่รู้ ร่างสูงนั่งเครื่องบินไฟท์เดียวกับแจจุงและยูชอนมาอย่างเงียบๆโดยทำตัวเสมือนเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาๆเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตของคนรอบข้างโดยเฉพาะ คิม แจจุง

 

          เดินเตะทรายท่ามกลางแสงแดด นึกว่าถ่ายเอ็มวีอยู่รึไงยุนโฮว่า ในขณะที่เขากำลังซ่อนตัวอยู่ใต้ต้นมะพร้าวใกล้ๆกับบ้านพักเพื่อแอบมองร่างบางที่กำลังเดินอยู่ริมหาดทราย

 

            ลมทะเลพัดแรงจนทำให้เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางของแจจุงเข้ารูป เผยให้เห็นทรวดทรงเอวจนชายหนุ่มที่แอบมองอยู่ถึงกับยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกตะลึง

 

          ซะ..เซ๊กซี่ชะมัดยุนโฮพึมพำอยู่คนเดียวคล้ายคนโรคจิตถ้ำมอง

 

          แจจุงเดินมาเรื่อยๆจนสุดชายหาดซึ่งมีขวดน้ำเย็นในถังน้ำแข็งตั้งไว้บนโต๊ะพลาสติกรอเพื่อดับกระหาย มือบางหยิบขวดน้ำขึ้นมาบิดเปิด แล้วยกดื่มโดยไม่สนใจว่าน้ำจะไหลหกเลอะเทอะเสื้อเขาเพียงใด น้ำเย็นไหลผ่านลำคอลงมาทะลุเสื้อตัวบางจนเปียกแฉะ เผยให้เห็นอกขาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อค็อตตอนตัวบางอย่างเด่นชัด

 

           แม่เจ้าปาปารัสซี่หนุ่มอุทาน จู่ๆใบหน้าคมถูกเลือดสูบฉีดขึ้นมาจนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า

 

           สักพักยูชอนก็เดินเข้าไปหาแจจุงด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ เนื่องจากเขาต้องบินกลับไปยังสตูดิโอด่วนเพราะมีปัญหาเรื่องการถ่ายแบบ ทำให้เขาต้องทิ้งแจจุงอยู่เพียงลำพัง

 

           ไปเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้ เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ

 

           ไม่กลับกับฉันแน่นะเบบี๋ยูชอนถามซ้ำเพื่อความแน่ใจ

 

           บอกว่าอยู่ได้ก็อยู่ได้สิ ฉันอยู่คนเดียวจนชินละ

 

            งั้นฉันกลับก่อนนะ อุตส่าห์ปลีกตัวมาเที่ยวกับแจจุงได้แล้วแท้ๆเลย ร่างสูงโปร่งทำสีหน้าเป็นเชิงว่าเสียดาย

 

            อยากมาอีกก็บอกฉันสิ ฉันพามาเมื่อไหร่ก็ได้ แจจุงรู้ทันจึงเอ่ยปากชวนชายหนุ่มเพื่อให้มาในครั้งต่อไป

 

          ในการคบกันของแจจุงและยูชอน ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร แจจุงต้องการเพื่อนคุย เพื่อนเที่ยวไว้แก้เหงาเท่านั้น เป็นเพราะชีวิตของคิม แจจุง โดดเดี่ยวมาตลอด ที่แม่ต้องเลิกกับพ่อ เพราะพ่อเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว แจจุงจึงถูกแม่ทิ้งให้อยู่กับพ่อเพียงลำพัง ส่วนยูชอน ต้องการแค่เพียงเงิน เพื่อบำเรอความสุขให้กับเขาเท่านั้น

 

          มันจะต่างอะไรล่ะ อยู่ที่นี่ก็เหมือนอยู่บ้าน ฉันต้องเหงาคนเดียวเหมือนเดิม ฉันอายุยี่สิบสองแล้วนะ อยากจะหาคนจริงใจซักคนมาอยู่ข้างกันเวลาเหงา เศร้า หรืออะไรก็ตามแต่ จะมีบ้างมั้ย เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนหาดทรายขาว

 

          รับปาปารัสซี่หล่อๆไว้แก้เหงาซักคนมั้ยครับคุณแจจุงเสียงทุ้มดังมาจากข้างหลัง ทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัวเพราะไม่คิดว่าจะมีใครหลงเหลืออยู่บนหาดนี้นอกจากเขา

 

         นาย! ไอ้ปาปารัสซี่อ่อนหัด มาได้ยังไงแจจุงร้องเสียงหลง คาดไม่ถึงว่าจะมีปาปารัสซี่ตามเขามาถึงที่นี่

 

         ถามแปลกๆ ก็นั่งเครื่องบินมาสิครับ ร่างสูงพูดลอยหน้าลอยตา ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนหาดทรายข้างๆกับร่างบาง

 

         รู้มั้ย ฉันมาที่นี่ เพื่อหลบปาปารัสซี่ โดยเฉพาะปาปารัสซี่อ่อนหัดอย่างนาย เมื่อไหร่จะเลิกตามรังควาญฉันซักที แจจุงพูดอย่างหงุดหงิด

 

          ตอนแรกผมกะว่าจะมาทำข่าวคุณกับนายแบบหนุ่มนั่น แต่ว่าเหยื่ออีกคนก็กลับไปซะก่อน ตอนนี้เลยถือโอกาสพักผ่อนซะเลย ดูสิหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสีเขียว อ๊า สบายตาจริงๆยุนโฮเหยียดแขนทั้งสองข้างไปทางด้านหลังพร้อมทำหน้าดื่มด่ำรับแสงแดดอย่างมีความสุข

 

          พักผ่อนที่ไหนก็ตามใจนายเถอะ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ นี่มันที่ส่วนตัวของฉัน แจจุงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังถังน้ำแข็ง ซึ่งมีน้ำหลากประเภทแช่อยู่ภายใน ก่อนจะหยิบขวดเตกีล่าขึ้นมา

 

          ขอผมขวดสิยุนโฮร้องขอ

 

          มาหยิบเองสิ

 

         ถึงแม้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าปาปารัสซี่อย่างยุนโฮเท่าไหร่ แต่ในเวลาเหงาๆแบบนี้ มีเพื่อนนั่งดื่มสักคนคงไม่เป็นอะไรหรอก

 

         ดื่มแต่หัววันเลยนะคุณน่ะ เดี๋ยวก็เมาแอ๋หรอกร่างสูงเตือนยิ้มๆ

 

          ยุ่งอะไรว่าพลางกระดกขวดเตกีล่าเข้าปาก

 

          เกลือกับมะนาวล่ะยุนโฮถามพลางมองไปยังถังน้ำแข็ง

 

          ทำไมยกขวดออกจากปาก แล้วหันมามองหน้าปาปารัสซี่หนุ่มอย่างงงๆ

 

          ดื่มเตกีล่าทั้งที ขาดเกลือกับมะนาวได้ยังไงกันร่างสูงลุกขึ้นเดินไปสำรวจของที่วางอยู่บนโต๊ะพลาสติก แล้วก็เจอถุงเกลือกับมะนาวฝาน จึงหยิบทั้งสองอย่างขึ้นมาก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เดิม

 

           ยุนโฮเอื้อมไปจับมือบางของแจจุงขึ้นมาแล้วใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้หยิบเกลือจำนวนหนึ่งลงบนหลังมือ จากนั้นก็หยิบเกลือมาวางบนหลังมือของตัวเองบ้าง

 

          พอดื่มเสร็จแล้วก็เลียเกลือบนหลังมือ ตบท้ายด้วยการบีบมะนาวใส่ปากแบบนี้ยุนโฮพูดพร้อมกับสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยแจจุงก็ทำตามอย่างว่าง่าย

 

           ใบหน้าสวยยู่ลงด้วยรสชาติของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช่ว่าเพราะขมหรืออย่างไร แต่เป็นเพราะไม่เคยลิ้มรสเตกีล่าที่หอมนุ่มละมุนลิ้นแบบนี้มาก่อน

 

            น่าจะไปเป็นบาร์เทนเดอร์เสียงหวานเอ่ยขึ้น

 

            ผมน่ะ เคยเป็นบาร์เทนเดอร์ ก่อนที่จะมาทำงานที่โกติเดียนซะอีกว่าพลางยกขวดเตกีล่าขึ้นดื่มบ้าง

 

            อ่าว แล้วเลิกทำไมล่ะ มาเป็นปาปารัสซี่ทำไม ฉันไม่เห็นจะปลื้มแจจุงเบ้ปาก

 

             ถ้าผมไม่มาเป็นปาปารัสซี่ก็ไม่ได้เจอคุณน่ะสิ คุณคิม แจจุงร่างสูงจงใจพูดเรื่องจริงออกมา

 

              ว่างายนะ!!” เสียงหวานๆเริ่มยานคาง

 

              คุณเริ่มเมาแล้วล่ะคุณแจจุงร่างสูงทักท้วง

 

            ก่อนที่จะเข้ามาทำงานในสำนักข่าว ชอง ยุนโฮ เคยเป็นบาร์เทนเดอร์ของผับหรูแห่งหนึ่งมาก่อน ในวันที่แต่งตั้งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง มีการจัดเลี้ยงฉลองตำแหน่ง โดยที่ชอง ยุนโฮ ไปเป็นบาร์เทนเดอร์ในงานเลี้ยงด้วย แต่ไม่มีใครได้ทันสังเกตุ จนกระทั่งมีการขึ้นไปกล่าวคำขอบคุณและคิม แจจุงก็ได้ขึ้นไปกล่าวขอบคุณบนเวทีด้วยเช่นกัน ตั้งแต่นั้นมาทำให้ชอง ยุนโฮ เริ่มสนใจในตัวแจจุง และผันตัวเองเข้ามาทำงานที่โกติเดียน และได้เป็นปาปารัสซี่สมใจ โดยผลงานของยุนโฮส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นข่าวของคิม แจจุง ทั้งสิ้น

 

           ร่างสูงแบกร่างของแจจุงที่เมาตัวอ่อนปวกเปียกจากริมหาดมายังห้องพักห้องหนึ่ง พวกเขานั่งดื่มเป็นเพื่อนกันจนพระอาทิตย์ตกดิน  ส่งผลให้คนคออ่อนอย่างแจจุง หัวหมุนไปตั้งแต่เริ่มดื่มแล้ว

 

           กุญแจล่ะ

 

           อยู่นายกาป๋าวกางเกง ลองล้วงๆ ควักๆดูซี่ร่างบางพูดยานคาง โดยแขนข้างหนึ่งพาดคอของยุนโฮเอาไว้เพื่อยันตัวขึ้น

 

           ถือว่าอนุญาติแล้วนะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นทันทีหลังพูดจบ

 

           มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสีขาวตัวบางของแจจุง เขาคลำหาวัตถุสีเงินได้สักพักก็รู้สึกว่าไปโดนบางอย่างเข้า วัตถุนั้นแข็งและไวต่อการสัมผัส

 

           มีอารมณ์หรอคุณแจจุงร่างสูงเอ่ยถามยิ้มๆ

 

           อารายกาน นายอย่ามาทาลึ่งนะแจจุงยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าปาปารัสซี่หนุ่ม ก่อนจะเดินสะเปะสะปะเข้ามาในห้องโดยมียุนโฮพยุงร่างตัวเองอยู่

 

           ผมขอกุญแจไปเปิดห้องอื่นนอนนะ เอ่ยขึ้นหลังจากวางร่างบางนอนลงบนเตียง

 

            ม่ายให้ปาย อยู่ที่นี่ นอนข้างๆฉานนน แจจุงว่าทั้งๆที่ตาปรือ พลางรั้งข้อมือหนาของยุนโฮเอาไว้

 

            จะดีหรอ

 

             อื้อ

 

             คุณนี่อารมณ์เปลี่ยวจริงๆ งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะพูดจบก็ล้มตัวลงนอนข้างๆร่างบาง พยายามระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านขึ้นมา เพื่อไม่ให้อะไรมันเลยเถิดไปมากกว่านี้

 

             ทามให้หน่อยเสียงหวานเปล่งออกมาพร้อมกับยันตัวเองขึ้นนั่งด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อเชิ้ตไหล่ตกจนเผยให้เห็นไหล่ขาวเนียน ริมฝีปากสีแดงสดดุจกลีบกุหลาบเม้มเข้าหากันจนทำให้ร่างสูงที่นอนดูอยู่หายใจไม่ทั่วท้อง

 

       .....เซ๊กซี่กว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว....

 

            ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมภายในห้อง เครื่องปรับอากาศพ่นลมเย็นๆแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับทำให้คนภายในห้องร้อนมากขึ้นกว่าเดิม ร่างสูงยันตัวเองให้ลุกขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้ๆกับแจจุง ริมฝีปากหนายื่นไปประกบจูบริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่อย่างเร่าร้อนพร้อมกับถอดอาภรณ์ของตัวเองและแจจุงออกอย่างไม่รอช้า ลิ้นสากเริ่มตวัดชิมความหอมหวานจากลำคอขาวเนียน จนมาถึงปุ่มไตสีหวานที่ตั้งชูชันตั้งรับการกระทำจากริมฝีปากหนา ร่างสูงดูดเลียหน้าอกขาวผ่องอยู่นานจนเป็นรอยแดงช้ำ เมื่อลิ้มรสจนหนำใจแล้ว มือหนากดร่างของแจจุงให้นอนลงแล้วลากบั้นท้ายมาอยู่บริเวณปลายเตียง ร่างสูงไม่รอช้ารีบแทรกตัวให้มาอยู่ระหว่างขาของแจจุงทันที มือสากลูบไล้ไปตามเรือนร่างของคนที่นอนหายใจไม่เป็นจังหวะอยู่บนเตียง

 

         มะ..ไม่..ไหวแล้วร่างบางพูดเสียงสั่น

 

          พูดสิ ว่าต้องการผม

 

          ยุนโฮ ฉันต้องการนาย ได้โปรดเอามันเข้ามาทีแจจุงเลื่อนมือทั้งสองข้างไปบีบข้อมือหนาพลางกัดริมฝีปากตัวเองอย่างห้ามอารมณ์ไม่ไหว

 

          ปาปารัสซี่หนุ่มยกขาเรียวทั้งสองข้างของแจจุงขึ้นพาดไหล่ตน ก่อนจะจับท่อนเนื้อร้อนสอดแทรกช่องทางสีหวานของร่างบางอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป

 

         อ๊าาา เจ็บบบบ ดวงตาตู่สวยเบิกกว้าง ใบหน้ายู่ลงเพราะความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วท่อนล่างของร่างกาย

 

         อดทนนิดนึงนะครับ เดี๋ยวเราจะได้ขึ้นสวรรค์กันแล้วโน้มหน้าลงมาพูดปลอบข้างๆใบหูบาง ก่อนจะขยับกายท่อนล่างเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ

 

          อื้ออ ระ เร็วอีกร่างที่นอนบนเตียงเร่งด้วยน้ำเสียงสั่นเทา

 

           เมื่อได้ยินดังนั้นปาปารัสซี่หนุ่มก็ตอบสนองให้อย่างง่ายดาย โดยเร่งจังหวะการเคลื่อนตัวเข้าออกให้เร็วขึ้น 

 

      ผับ ผับบ ผับ~ ~  เสียงเนื้อกระทบเนื้อเป็นจังหวะ ดังสลับกับเสียงครางกระเส่าของคนทั้งสอง ที่กำลังเริงบทรักกันอย่างไม่รู้จบ

 

        กะ ใกล้ถึงแล้ว แจจุง อ๊าาาร่างสูงครางพร้อมกับใช้มือหนาทั้งสองข้างขยำไปที่บั้นท้ายอวบอย่างเมามันส์

 

        ฉันก็ใกล้ถึงแล้ว อ๊ะ อื้ออ เสียงหวานแหบพร่า มือบางจิกเล็บลงไปที่กลางหลังของชายหนุ่มบนร่างเมื่อถึงจุดเสียวกระสัน

 

.

.

.

.

 

           ร่างบางตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียก็พบสภาพเปลือยเปล่าของตัวเองโดยมีปาปารัสซี่หนุ่มนอนหลับสนิทอยู่เคียงข้าง เมื่อคืนที่คิดว่าตัวเองไม่มีสติ แต่ความจริงก็รู้ตัวทุกอย่าง ไม่ใช่เพราะขาดสติ แต่ที่ปล่อยตัวไปแบบนั้น ก็เพราะความเต็มใจ

 

   ......เป็นเพราะนาย  ความเหงา ความโดดเดี่ยวที่เกาะกินใจฉัน มันหายไปจนหมดสิ้น.....

 

          เมื่อคืนน่ะ ครั้งแรกของฉันเลยนะร่างบางพูดยิ้มๆ ก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ

 

         เป็นเวลาเดียวกับที่ยุนโฮรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพอดี จึงได้ยินในสิ่งที่แจจุงพูด

 

           ผมขอโทษนะที่เมื่อคืนทำแรง เจ็บมั้ยยุนโฮว่าพลางลุกขึ้นเดินตามร่างบางเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะใช้นิ้วมือขึ้นไล้ใบหน้าสวยอย่างเสน่หา

 

          ก็เจ็บ แต่รู้สึกดี ไว้วันหลังมาทำแบบนี้ด้วยกันอีกนะ ร่างบางพูดด้วยใบหน้าแดงแปร๊ด

 

          ได้หรอ? แล้วพ่อหนุ่มนายแบบรูปหล่อของคุณจะว่ายังไงล่ะ

 

          ฉันจะบอกอะไรให้นะ ยูชอนน่ะ ก็แค่ตัวฆ่าเวลาเพื่อคลายเหงาไปวันๆเท่านั้นแหละ ฉันก็รู้ว่าเค้าเองก็ต้องการแค่เงินของฉันแค่นั้น

 

          แล้วคุณจะใช้ชีวิตให้เป็นข่าวฉาวไปวันๆแบบนี้ทำไมล่ะ

 

          เพราะฉันยังไม่เจอคนที่ถูกใจน่ะสิ

 

          แล้วตอนนี้คุณเจอแล้วรึยังล่ะ

 

          เมื่อคืนนายก็ได้รับคำตอบจากฉันแล้ว ก็น่าจะรู้นะ ว่าตอนนี้ฉันเจอเค้าคนนั้นรึยัง คนสวยยิ้มมุมปากก่อนจะก้าวเข้าไปทำภารกิจในห้องน้ำ ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนคิดอยู่นอกห้องเพียงลำพัง

 

.

.

.

.

 

         เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วแจจุงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายไปหายูชอนเพื่อบอกเรื่องสำคัญบางอย่าง โดยนายแบบหนุ่มแทบไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่ได้ยิน

 

        ไม่เอาน่าแจจุงเสียงทุ้มโวยคนปลายสาย

 

        [“เราสองคนคบกับแบบไม่มีข้อผูกมัด ตกลงกันแล้วไง”]

 

        ก็ใช่ แต่ว่า...ยูชอนพูดค้าง เหมือนจะบอกเป็นนัยว่าเขาต้องการอะไรบางอย่าง

 

        [“จะเอาเท่าไหร่ว่ามา”]

 

        สิบล้านวอน เมื่อถูกคนปลายสายรู้ทัน ก็ไม่รู้ว่าจะอิดออดต่อไปอีกทำไมจึงตัดสินใจพูดออกไป

 

        [“ตกลง ถ้าฉันกลับจากบ้านพักจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ จากนั้นเราก็ต่างคนต่างอยู่”]

 

       เยี่ยมไปเลยครับที่รัก พูดด้วยความโล่งใจก่อนจะกดวางสายแล้วไปถ่ายแบบต่อ ทำตัวเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

   ......ไม่เสียใจ ไม่รู้สึกอะไร ที่ผ่านมาก็แค่ความพอใจของทั้งสองฝ่าย....

 

.

.

.

.

 

ปาปารัสซี่หนุ่มมือฉมังของสำนักพิมพ์โกติเดียน แอบมีสัมพันธ์ลับกับลูกชายท่านรัฐมนตรี งานนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องรอดูกันต่อไป!!

 

          มยองซูเอนกายพิงโซฟาหนังพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะวางหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดที่ฮันคยองส่งมาให้อ่านลงบนโต๊ะกาแฟ

 

       ท่านจะทำยังไงต่อไปครับกับข่าวพวกนี้ ฮันคยองที่ยืนอยู่ใกล้ๆถามด้วยความเป็นห่วง

 

      ไม่ว่าแจจุงจะตัดสินใจยังไง ฉันก็เชื่อในตัวลูกชายฉัน มยองซูตอบพร้อมกับยิ้มน้อยๆ อีกไม่นานฉันคงจะได้เป็นแค่อดีตท่านรัฐมนตรี ในเมื่อฉันมีทุกอย่างครบแล้ว ฉันก็อยากจะทำอะไรเพื่อลูกชายคนเดียวของฉันบ้าง ฉันยอมที่จะทิ้งตำแหน่งนี้เพื่อแลกกับความสบายใจของแจจุง

 

      ท่านรัฐมนตรี...

 

      ไม่เป็นไรคุณฮัน ฉันตัดสินใจดีแล้ว

 

.

.

.

.

 

           ผมจะเลิกเป็นปาปารัสซี่ เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาและแจจุงกำลังเดินเล่นอยู่ริมชายหาด

 

           เลิก? เลิกทำไมอะ ใบหน้าสวยย่นคิ้วลงอย่างสงสัย

 

           ในเมื่อคุณเป็นของผมแล้ว ผมจะทำอาชีพนี้ต่อไปอีกทำไม

 

           เป็นเพราะอาชีพปาปารัสซี่ไม่ใช่หรอ นายถึงได้เจอฉันน่ะ

 

           ก็ใช่ แต่คุณเคยบอกผมว่าคุณเกลียดปาปารัสซี่ที่สุดนี่ ร่างสูงพูดทวนความจำ

 

           นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ฉันหลงรักปาปารัสซี่เข้าแล้วน่ะสิ แจจุงพูดพลางยิ้มเล็กยิ้มน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนหาดทรายสีขาวสะอาดตา

.

.

.

.

 

 

 

 

==THE END==

 

 

 

    

********************************************************

สวัสดีรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนนะคะ ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ เรื่องนี้แพรวเอาไปลงใน เด็กดีไม่ถึง ๒ ช.ม. โดนแบนซะงั้น

มีน้องที่แต่งฟิคเหมือนกันแนะนำให้มาอัพลงบล็อก exteen ซะ แพรวก็เลยลองเอามาลงดู ยังไงแพรวก็ฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ

แพรวยังมีผลงานอีก ๓ เรื่อง เป็น SF ๑ เรื่อง แล้วก็ Fic อีก ๑ เรื่อง ไว้แพรวจะมาทยอยอัพลงแล้วกันเนอะ ^^

ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ แล้วเจอกันเรื่องหน้านะคะ ^^"